ดูแลตัวเองอย่างเข้าใจ เมื่อร่างกายคุณเป็นโรคความดันโลหิตสูง

โรคความดันโลหิตสูง เมื่อหากไม่ได้รับการรักษาหรือปล่อยให้ความโลหิตสูงเป็นเวลานาน ๆ มักจะเกิดความผิดปกติของอวัยวะที่สำคัญต่าง ๆ ตามมา เช่น สมอง ประสาทตา หัวใจ ไต หลอดเลือดแดงใหญ่ และหลอดเลือดแดงส่วนปลาย ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความพิการและเสียชีวิตได้ เนื่องจากความดันโลหิตสูงจะทำให้หลอดเลือดแดงแทบทุกส่วนของร่างกายเสื่อม ดังนั้นเพื่อป้องกันอาการที่จะทำให้ร่างกายถดถอยลง ขอแนะนำวิธีการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ดังนี้

  1. รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน จะสามารถช่วยลดปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆ ได้ ดังนั้นผู้ป่วยจึงควรรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานลด โดยการควบคุมปริมาณอาหาร จำกัดการกินอาหารที่ให้พลังงานสูง เลือกบริโภคอาหารที่มีเส้นใยสูงร่วมกับการออกกำลังกายอย่างพอเหมาะ
  2. การรักษาด้วยยา หลักการใช้ยาเพื่อลดความดันโลหิต คือ ลดแรงต้านของหลอดเลือดส่วนปลาย เพิ่มจำนวนเลือดที่ออกจากหัวใจและคงไว้กลไกของประสาทรับความรู้สึกเพื่อช่วยให้ระบบหัวใจและหลอดเลือดสามารถ ปรับตัวต่อการกระตุ้นต่างๆ ผู้ป่วยต้องควรกินยาตามที่แพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผลการรักษาดีที่สุดและไม่กินยาที่นอกเหนือจากที่แพทย์สั่งเพราะเป็นสิ่งที่เป็นอันตรายแก่ผู้ป่วย
  3. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสม การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่ส่งเสริมให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง ได้แก่

3.1 การออกกำลังกาย ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถออกกำลังกายได้โดยวิธีต่างๆ เช่น การเดิน
วิ่ง กายบริหาร ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน เป็นต้น ควรมีความถี่ในการออกกำลังกาย 3-5 วันต่อสัปดาห์ ระยะเวลาที่ออกกำลังกายไม่น้อยกว่า 20 นาที

3.2 พักผ่อนให้เพียงพอ การพักผ่อนโดยเฉพาะการนอนหลับเป็นการลดการใช้พลังงาน ช่วยให้อวัยวะทุกส่วนของร่างกายทำงานลดน้อยลงและช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดได้ ผู้ป่วยที่มีระดับความดันโลหิตสูงควรได้รับการพักผ่อนที่เพียงพออย่างน้อยวันละ 7-8 ชั่วโมง

3.3 การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม อื่นๆ ควรมีกิจกรรมสันทนาการและควรอยู่ในสถานที่ที่มีสิ่งแวดล้อมที่ดี หลีกเลี่ยงความเครียด งดการสูบบุหรี่ งดหรือลดการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ทำจิตใจให้สงบจะช่วยลดปัจจัยเสริมที่ทำให้เกิดความดันโลหิตสูงได้

  1. เลือกบริโภคอาหารที่มีโซเดียมต่ำ การลดอาหารเค็มจะช่วยป้องกันและลดความดันโลหิตได้ โดยทั่วไปห้ามกินเกลือเกิน 6 กรัมหรือ 1 ช้อนชา (เท่ากับ โซเดียม 2400 มิลลิกรัม) ไม่ควรปรุงรสอาหารก่อนชิมอาหาร หากปรุงรสอาหารเองต้องเติมเกลือให้น้อยที่สุด หากซื้ออาหารกระป๋องต้องอ่านสลากอาหารเพื่อดูปริมาณสารอาหารเลือกที่มีเกลือต่ำ รับประทานอาหารสด เช่น เนื้อสัตว์ ผัก หรือผลไม้ แทนการรับประทานอาหารที่ผ่านขบวนการถนอมอาหาร ไม่เติมเกลือหรือน้ำปลาเพิ่มในอาหารที่ปรุงเสร็จ

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง

1.อาหารเค็ม เช่น หมูเค็ม เบคอน ไส้กรอก ผักดอง มัสตาร์ด และเนยแข็ง

2.อาหารตากแห้ง เช่น ปลาเค็ม เนื้อเค็ม หอยเค็ม กุ้งแห้ง ปลาแห้ง

3.เนื้อสัตว์ปรุงรส ได้แก่ หมูหยอง หมูแผ่น กุนเชียง

4.อาหารกึ่งสำเร็จรูป เช่น บะหมี่สำเร็จรูป โจ๊กซอง ซุปซอง

5.อาหารสำเร็จรูปบรรจุถุง เช่น ข้าวเกรียบ ข้าวตังปรุงรส มันฝรั่ง

6.เครื่องปรุงรสที่มีเกลือมาก เช่น ซุปก้อน ผงชูรส ผงฟู

7.อาหารหมักดองเค็ม เช่น กะปิ เต้าหู้ยี้ ปลาร้า ไตปลา ไข่เค็ม ผักดอง ผลไม้ดอง แหนม ไส้กรอกอีสาน

จะเห็นได้ว่าสิ่งที่จะช่วยควบคุมความดันโลหิตสูงได้ก็คือ เลี่ยงการกินอาหารที่มีโซเดียมสูง งดปัจจัยเสี่ยงทั้งหลาย และพยายามอย่าเครียด เพราะอาจส่งผลให้เกิดอาการร้ายแรงอื่น ๆ ตามมาได้อีกเช่นกัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *